Skip to main content
guest
Join
|
Help
|
Sign In
krukoi
Home
guest
|
Join
|
Help
|
Sign In
Wiki Home
Recent Changes
Pages and Files
Members
ประวัติโรงเรียน
โครง
การ
กำเนิดคอมพิวเตอร์
เทคโนโลยี
อุปกร
ณ์คอมพิวเตอร์
ฮาร์ดแวร์
ซอฟต์แวร์
พรบ.คอมพิวเตอร์
Microsoft Office
Adobe Dreamweaver
Domain โดเมน
Movie Maker
Adobe PageMaker
Wikispaces
ขั้นตอนสมัครWikispaces
การสร้างบล็อกเกอร์
คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา
การสร้างสไลด์
งานวิชาการออกแบบเวปเพจ
ผลงานนักเรียน
ผลงานทางทักษะวิชาการ
ผลงานการถ่ายภาพ
แบบทดสอบครั้งที่1วิชาการออกแบบเวปเพจ
แบบทดสอบครั้งที่2วิชาการออกแบบเวปเพจ
แบบทดสอบครั้งที่3วิชาการออกแบบเวปเพจ
แบบทดสอบครั้งที่4วิชาการออกแบบเวปเพจ
Profilekoi
www.blws.ac.th
www.youtube.com
Free Clock
ผู้จัดทำ นางสาวดุจดาว เรืองบูชา โรงเรียนบ้านหลวงวิทยา
อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม
การผลิตสไลด์ทางการศึกษา
Edit
0
1
…
0
Tags
No tags
Notify
RSS
Backlinks
Source
Print
Export (PDF)
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาหลักการและกระบวนการผลิตสไลด์ด้วยการถ่ายภาพและคอมพิวเตอร์โดยเน้นเรื่องการเขียนบทและปฏิบัติการผลิต
สไลด์ (Slides)
สไลด์ หมายถึง สื่อการสอนประเภทภาพนิ่งโปร่งแสงที่บันทึกไว้บนฟิล์มหรือกระจกใช้ฉายผ่านทางเครื่องฉายให้ภาพปรากฎบนจอ
สไลด์เป็นสิ่งที่มนุษย์รู้จักกันมากกว่า 300 ปีมาแล้ว โดยเริ่มแรกมีการวาดภาพลงบนกระจกใสและนำไปฉายเรียกว่า Lantern Slide ,ขนาด 3(1/4)” x 4” หรือใกล้เคียง ต้นศตวรรษที่ 19 เป็นยุคบุกเบิกเรื่องการถ่ายภาพที่มีการถ่ายภาพลงบนฟิล์มกระจก ปี ค.ศ. 1953 บริษทโกดักได้ผลิตฟิล์มสไลด์ขนาด 35 มม. ขึ้น ซึ่งเมื่อถ่ายภาพแล้วนำไปล้างตามกระบวนการล้างฟิล์มสไลด์จะได้ภาพเหมือนจริง สไลด์ขนาดนี้เรียกว่า ขนาด 2” x 2สไลด์ขนาด 2”x2” นี้เป็นที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบัน
ในปัจจุบันมีผู้นิยมใช้สไลด์กันอย่างกว้าง ขวาง ทั้งในสถานศึกษา หน่วยงานของรัฐ องค์การธุรกิจเอกชน และตลอดจนนำมาใช้ในครอบครัวเพื่อความสนุกสนาน เพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ สไลด์ประกอบเสียงนั้นเป็นสื่อที่น่าสนใจ เพราะสไลด์ประกอบเสียงเป็นการยกฐานะสไลด์ที่ไม่มีเสียงประกอบให้มี ประสิทธิภาพที่ดี น่าสนใจมากขึ้น ทั้งนี้นอกจากจะมีเสียงบรรยายแล้วยังอาจมีเสียงประกอบพิเศษอื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น เสียงดนตรี เสียงรถ เสียงคนสนทนา เสียงนกร้อง เสียงน้ำตก เป็นต้น
ข้อดีของสไลด์
1. ผลิตง่าย
2. ปรับปรุงแก้ไขได้ง่าย
3. บันทึกภาพจากสื่ออื่นลงสไลด์ได้ง่าย
4. สะดวกในการใช้และการเก็บรักษา
5. ใช้ร่วมกับสื่ออื่นได้ดี เช่น เทป
6. ศึกษานานเท่าไหร่ก็ได้
ข้อจำกัดของสไลด์
1. ภาพอาจสับสนได้ง่าย หายได้ง่าย
2. การใส่ภาพอาจกลับหัวหรือกลายซ้ายเป็นขวา
3. สไลด์เป็นภาพนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ไม่เป็นกระบวนการ
ขั้นตอนการดำเนินการจัดทำและเสนอสไลด์ประกอบเสียง
1. การวางแผน (Planning)
2. การเขียนป้ายแผนงานและบท (Story Board and Script Writing)
3. การเตรียมวัสดุอุปกรณ์และฟิล์ม(Materials and Films)
4. การจัดทำกราฟฟิกและชื่อเรื่อง (Graphics and Titles)
5. การถ่ายภาพสไลด์(Exposure)
6. เทคนิคพิเศษ (Special Effects in Slides)
7. การล้างฟิล์มสไลด์เข้ากรอบ เก็บรักษา และจัดหมวดหมู่ (Processing, Mounting, Storage and Filing)
8. การทำสำเนา (Duplicating)
9. การทำบันทึกเสียงประกอบ (Tape Recording)
10. การนำเสนอ ( Presenting)
รูปที่ 1 การจับแผ่นสไลด์
การจับแผ่นสไลด์ให้ถูกต้องจะต้องจับที่ขอบแผ่นภาพ ไม่ควรจับบนภาพแผ่นฟิล์ม เพราะจะเกิดรอยมือบนแผ่นฟิล์มและจะถูกขยายให้มีขนาดโต รอยหัวแม่มือ (thumb stamp) แผ่นสไลด์ที่จะนำมาใส่ในเครื่องฉายภาพทุกแผ่นต้องมีเครื่องหมายที่มุมล่าง ด้านซ้ายของขอบภาพ เราเรียกเครื่องหมายนี้ว่า รอยหัวแม่มือ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการใส่ภาพหัวกลับ (up side down) ลงในเครื่องฉายสไลด์
รูปที่ 2 ถาดฟิล์ม
การฉายสไลด์อย่างง่าย ๆ
ใส่สไลด์แผ่นแรก แล้วดันที่เลื่อนแผ่นสไลด์ไปทางซ้ายมือ แผ่นสไลด์ก็จะเปลี่ยนภาพฉายได้เอง ภาพที่ฉายแล้วก็จะกลับเข้าแมกกาซีนตามเดิม โดยการดึงที่เลื่อนสไลด์กลับมาทางขวามือ สไลด์แมกกาซีนจะเลื่อนไปข้างหน้าทีละภาพ จนฉายภาพสไล์ในแมกกาซีนมหดทุกภาพ ทำตามวิธีนี้ก็สามารถฉายภาพสไลด์ได้เรียงตามลำดับที่เรียงไว้ แต่เมื่อต้องการฉายภาพเดิมซ้ำ หรือฉายภาพที่ฉายไปแล้วตอนต้น หรือฉายภาพลำดับท้ายก่อน ก็ทำได้โดยการดึงที่เปลี่ยนแผ่นสไลด์มาทางขวามือจนสุดแล้ว ก็จะเลื่อนแมกกาซีนไปทางข้างหน้า ข้างหลัง หรือกลับที่เก่าได้ตามต้องการ
เมื่อฉายหมดแมกกาซีนแล้ว ที่เลื่อนได้อีก ก็ถอดแมกกาซีนออกจากราง ใส่แมกกาซีนชุดอื่นแทนชุดที่ฉายหมดไปได้
รูปที่ 1 เครื่องฉายสไลด์
วิธีใช้เครื่องฉายสไลด์
1. ระมัดระวังในการเคลื่อนย้ายเครื่องฉายสไลด์ออกจากล่อง และที่วางควรเป็นโต๊ะหรือที่รองรับที่มั่นคง ควรใช้โต๊ะหรือรถเข็นที่แข็งแรง
2. เสียงปลั๊กของเครื่องฉายสไลด์ ระมัดระวังใช้ไฟฟ้าให้ถูกต้อง
3. จัดจอไว้หน้าเครื่องฉายในระยะที่เหมาะสม
4. ตรวจสอบสภาพของเครื่องฉาย
5. ระมัดระวังการปรับหลอดภายใน เมื่อปรับแล้วทำให้มั่นคงด้วยการยึดสกรู
6. ตอนท้ายเลนซ์ฉายเป็นที่ใส่แผ่นสไลด์อยู่ทางขวามือ ลองเลื่อนเบา ๆ มาทางซ้าย
7. เปิดไฟฉายสไลด์ ถ้ามีสวิทซ์พัดลมต่างหากให้เปิดพัดลมก่อน
8. ปรับภาพที่ปรากฏบนจอให้ชัด ปรับช้า ๆ เมื่อได้ภาพที่แน่นอนแล้วยึดสกรูให้แน่น การปรับภาพปรับด้วยเลนซ์หน้าเครื่องฉายให้ได้ภาพคมชัดที่สุด
9. ถ้าจะปรับภาพบนจอให้สูงต่ำ ก็ทำได้โดยการปรับที่ใต้เครื่องฉาย จะทำให้ภาพบนจอเลื่อนขึ้นลงได้ระดับที่ต้องการด้วยการเลื่อนขาตอนหน้า เครื่อง ปรับปุ่มหมุนที่อยู่ใต้เครื่องฉายเพื่อแต่งภาพบนจอถ้าสูงเกินไป
10. วางสไลด์ในถาด (เพื่อไม่ให้สไลด์ตกจากโต๊ะ) วางไว้ทางด้านขวาของเครื่องฉาย จัดให้เครื่องหมายหัวแม่มืออยู่ทางมุมขวามือด้านบนให้ถูกต้อง
11. ก่อนใส่สไลด์ลงในเครื่องฉายดูความสะอาดของสไลด์ ใช้มือหรือกระดาษแข็งปิดหน้าเลนซ์เวลาเปลี่ยนสไลด์เพื่อไม่ให้จอขาว (จะทำให้ผู้ชมรำคาญ)
12. เมื่อฉายเสร็จแล้ว วางเครื่องฉายลงในกล่อง ดำเนินการกลับกับครั้งแรกและเก็บเครื่องฉายไว้ในที่เก็บให้เรียบร้อย
พยายามขจัดข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น
1. สไลด์กลับหัว หรือเรียงลำดับผิด
2. สไลด์มีแสงสีไม่ค่อยสม่ำเสมอ เช่น บางภาพมีแสงจ้าเกินไป บางภาพมืดไปเพราะการผลิตสไลด์ไม่ดีพอ ถ้าสไลด์มีแสงจ้าก็ควรให้จ้าหมดทั้งชุด จะเห็นความพลาดในการ Expose สไลด์ชุดนั้นน้อยลง
3. เครื่องฉายติดขัด เพราะกรอบสไลด์หนาเกินไป ซึ่งอาจไปติดอยู่กับคันชัดส่งสไลด์ได้
4. ห้องที่ฉายสไลด์สว่างเกินไป ทำให้ภาพไม่ชัดเท่าที่ควร
5. คำบรรยายกับภาพไม่ตรงกันเพราะเรียงภาพผิด
6. เสียงประกอบภาพค่อยจนเกินไม่ได้ยินอย่างทั่วถึง หรือดังเกินไป
ลักษณะสไลด์ที่ดีที่ควรเลือกนำมาใช้
1. มีการผสมผสานภาพหลายแบบในสไลด์ชุดนั้น มีตัวอักษร หัวข้อ ข้อความคั่นอยู่ระหว่างเรื่องราวที่เป็นภาพบ้างเพื่อแบ่งเนื้อหาเป็นตอน ๆ ไป
2. ถ้าเป็นสไลด์ประกอบเสียง ควรมีเสียงดนตรีแทรกระหว่างคำบรรยายด้วย เพื่อให้ผู้เรียนได้มีอารมณ์คล้อยตามและมีความตั้งใจฟัง แต่ไม่ควรใช้เสียงดนตรีเป็นแบคกราวนด์ของคำบรรยาย
3. เลือกใช้สไลด์ที่ดีที่สุดและจำนวนน้อย ไม่ควรใช้สไลด์ชุดที่มีภาพประกอบหลายภาพเหมือนกันเพียงถ่ายภาพด้วยมุมต่าง กัน ทำให้เบื่อหน่ายและเสียเวลา
4. สไลด์ชุดที่ดี ควรประกอบด้วยสไลด์ที่ไม่มีคำพูดมากเกินไป หรือภาพที่ยุ่งยากซับซ้อนรายละเอียดมากเกินไป
ที่มา นิพนธ์ สุปรีดี. การใช้เครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : ไทยพัฒนาพานิช, 2520
วารินทร์ รัศมีพรหม. สื่อการสอน . กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชวนพิมพ์, 2531
………. สไลด์ประกอบเสียง. พิมพ์ครั้งที่ 2 คณะศึกษาศาสตร์ . มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒประสานมิตร
Javascript Required
You need to enable Javascript in your browser to edit pages.
help on how to format text
Turn off "Getting Started"
Home
...
Loading...
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาหลักการและกระบวนการผลิตสไลด์ด้วยการถ่ายภาพและคอมพิวเตอร์โดยเน้นเรื่องการเขียนบทและปฏิบัติการผลิต
สไลด์ (Slides)
สไลด์ หมายถึง สื่อการสอนประเภทภาพนิ่งโปร่งแสงที่บันทึกไว้บนฟิล์มหรือกระจกใช้ฉายผ่านทางเครื่องฉายให้ภาพปรากฎบนจอ
สไลด์เป็นสิ่งที่มนุษย์รู้จักกันมากกว่า 300 ปีมาแล้ว โดยเริ่มแรกมีการวาดภาพลงบนกระจกใสและนำไปฉายเรียกว่า Lantern Slide ,ขนาด 3(1/4)” x 4” หรือใกล้เคียง ต้นศตวรรษที่ 19 เป็นยุคบุกเบิกเรื่องการถ่ายภาพที่มีการถ่ายภาพลงบนฟิล์มกระจก ปี ค.ศ. 1953 บริษทโกดักได้ผลิตฟิล์มสไลด์ขนาด 35 มม. ขึ้น ซึ่งเมื่อถ่ายภาพแล้วนำไปล้างตามกระบวนการล้างฟิล์มสไลด์จะได้ภาพเหมือนจริง สไลด์ขนาดนี้เรียกว่า ขนาด 2” x 2สไลด์ขนาด 2”x2” นี้เป็นที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบัน
ในปัจจุบันมีผู้นิยมใช้สไลด์กันอย่างกว้าง ขวาง ทั้งในสถานศึกษา หน่วยงานของรัฐ องค์การธุรกิจเอกชน และตลอดจนนำมาใช้ในครอบครัวเพื่อความสนุกสนาน เพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ สไลด์ประกอบเสียงนั้นเป็นสื่อที่น่าสนใจ เพราะสไลด์ประกอบเสียงเป็นการยกฐานะสไลด์ที่ไม่มีเสียงประกอบให้มี ประสิทธิภาพที่ดี น่าสนใจมากขึ้น ทั้งนี้นอกจากจะมีเสียงบรรยายแล้วยังอาจมีเสียงประกอบพิเศษอื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น เสียงดนตรี เสียงรถ เสียงคนสนทนา เสียงนกร้อง เสียงน้ำตก เป็นต้น
ข้อดีของสไลด์
1. ผลิตง่าย
2. ปรับปรุงแก้ไขได้ง่าย
3. บันทึกภาพจากสื่ออื่นลงสไลด์ได้ง่าย
4. สะดวกในการใช้และการเก็บรักษา
5. ใช้ร่วมกับสื่ออื่นได้ดี เช่น เทป
6. ศึกษานานเท่าไหร่ก็ได้
ข้อจำกัดของสไลด์
1. ภาพอาจสับสนได้ง่าย หายได้ง่าย
2. การใส่ภาพอาจกลับหัวหรือกลายซ้ายเป็นขวา
3. สไลด์เป็นภาพนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ไม่เป็นกระบวนการ
ขั้นตอนการดำเนินการจัดทำและเสนอสไลด์ประกอบเสียง
1. การวางแผน (Planning)
2. การเขียนป้ายแผนงานและบท (Story Board and Script Writing)
3. การเตรียมวัสดุอุปกรณ์และฟิล์ม(Materials and Films)
4. การจัดทำกราฟฟิกและชื่อเรื่อง (Graphics and Titles)
5. การถ่ายภาพสไลด์(Exposure)
6. เทคนิคพิเศษ (Special Effects in Slides)
7. การล้างฟิล์มสไลด์เข้ากรอบ เก็บรักษา และจัดหมวดหมู่ (Processing, Mounting, Storage and Filing)
8. การทำสำเนา (Duplicating)
9. การทำบันทึกเสียงประกอบ (Tape Recording)
10. การนำเสนอ ( Presenting)
รูปที่ 1 การจับแผ่นสไลด์
การจับแผ่นสไลด์ให้ถูกต้องจะต้องจับที่ขอบแผ่นภาพ ไม่ควรจับบนภาพแผ่นฟิล์ม เพราะจะเกิดรอยมือบนแผ่นฟิล์มและจะถูกขยายให้มีขนาดโต รอยหัวแม่มือ (thumb stamp) แผ่นสไลด์ที่จะนำมาใส่ในเครื่องฉายภาพทุกแผ่นต้องมีเครื่องหมายที่มุมล่าง ด้านซ้ายของขอบภาพ เราเรียกเครื่องหมายนี้ว่า รอยหัวแม่มือ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการใส่ภาพหัวกลับ (up side down) ลงในเครื่องฉายสไลด์
รูปที่ 2 ถาดฟิล์ม
การฉายสไลด์อย่างง่าย ๆ
ใส่สไลด์แผ่นแรก แล้วดันที่เลื่อนแผ่นสไลด์ไปทางซ้ายมือ แผ่นสไลด์ก็จะเปลี่ยนภาพฉายได้เอง ภาพที่ฉายแล้วก็จะกลับเข้าแมกกาซีนตามเดิม โดยการดึงที่เลื่อนสไลด์กลับมาทางขวามือ สไลด์แมกกาซีนจะเลื่อนไปข้างหน้าทีละภาพ จนฉายภาพสไล์ในแมกกาซีนมหดทุกภาพ ทำตามวิธีนี้ก็สามารถฉายภาพสไลด์ได้เรียงตามลำดับที่เรียงไว้ แต่เมื่อต้องการฉายภาพเดิมซ้ำ หรือฉายภาพที่ฉายไปแล้วตอนต้น หรือฉายภาพลำดับท้ายก่อน ก็ทำได้โดยการดึงที่เปลี่ยนแผ่นสไลด์มาทางขวามือจนสุดแล้ว ก็จะเลื่อนแมกกาซีนไปทางข้างหน้า ข้างหลัง หรือกลับที่เก่าได้ตามต้องการ
เมื่อฉายหมดแมกกาซีนแล้ว ที่เลื่อนได้อีก ก็ถอดแมกกาซีนออกจากราง ใส่แมกกาซีนชุดอื่นแทนชุดที่ฉายหมดไปได้
รูปที่ 1 เครื่องฉายสไลด์
วิธีใช้เครื่องฉายสไลด์
1. ระมัดระวังในการเคลื่อนย้ายเครื่องฉายสไลด์ออกจากล่อง และที่วางควรเป็นโต๊ะหรือที่รองรับที่มั่นคง ควรใช้โต๊ะหรือรถเข็นที่แข็งแรง
2. เสียงปลั๊กของเครื่องฉายสไลด์ ระมัดระวังใช้ไฟฟ้าให้ถูกต้อง
3. จัดจอไว้หน้าเครื่องฉายในระยะที่เหมาะสม
4. ตรวจสอบสภาพของเครื่องฉาย
5. ระมัดระวังการปรับหลอดภายใน เมื่อปรับแล้วทำให้มั่นคงด้วยการยึดสกรู
6. ตอนท้ายเลนซ์ฉายเป็นที่ใส่แผ่นสไลด์อยู่ทางขวามือ ลองเลื่อนเบา ๆ มาทางซ้าย
7. เปิดไฟฉายสไลด์ ถ้ามีสวิทซ์พัดลมต่างหากให้เปิดพัดลมก่อน
8. ปรับภาพที่ปรากฏบนจอให้ชัด ปรับช้า ๆ เมื่อได้ภาพที่แน่นอนแล้วยึดสกรูให้แน่น การปรับภาพปรับด้วยเลนซ์หน้าเครื่องฉายให้ได้ภาพคมชัดที่สุด
9. ถ้าจะปรับภาพบนจอให้สูงต่ำ ก็ทำได้โดยการปรับที่ใต้เครื่องฉาย จะทำให้ภาพบนจอเลื่อนขึ้นลงได้ระดับที่ต้องการด้วยการเลื่อนขาตอนหน้า เครื่อง ปรับปุ่มหมุนที่อยู่ใต้เครื่องฉายเพื่อแต่งภาพบนจอถ้าสูงเกินไป
10. วางสไลด์ในถาด (เพื่อไม่ให้สไลด์ตกจากโต๊ะ) วางไว้ทางด้านขวาของเครื่องฉาย จัดให้เครื่องหมายหัวแม่มืออยู่ทางมุมขวามือด้านบนให้ถูกต้อง
11. ก่อนใส่สไลด์ลงในเครื่องฉายดูความสะอาดของสไลด์ ใช้มือหรือกระดาษแข็งปิดหน้าเลนซ์เวลาเปลี่ยนสไลด์เพื่อไม่ให้จอขาว (จะทำให้ผู้ชมรำคาญ)
12. เมื่อฉายเสร็จแล้ว วางเครื่องฉายลงในกล่อง ดำเนินการกลับกับครั้งแรกและเก็บเครื่องฉายไว้ในที่เก็บให้เรียบร้อย
พยายามขจัดข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น
1. สไลด์กลับหัว หรือเรียงลำดับผิด
2. สไลด์มีแสงสีไม่ค่อยสม่ำเสมอ เช่น บางภาพมีแสงจ้าเกินไป บางภาพมืดไปเพราะการผลิตสไลด์ไม่ดีพอ ถ้าสไลด์มีแสงจ้าก็ควรให้จ้าหมดทั้งชุด จะเห็นความพลาดในการ Expose สไลด์ชุดนั้นน้อยลง
3. เครื่องฉายติดขัด เพราะกรอบสไลด์หนาเกินไป ซึ่งอาจไปติดอยู่กับคันชัดส่งสไลด์ได้
4. ห้องที่ฉายสไลด์สว่างเกินไป ทำให้ภาพไม่ชัดเท่าที่ควร
5. คำบรรยายกับภาพไม่ตรงกันเพราะเรียงภาพผิด
6. เสียงประกอบภาพค่อยจนเกินไม่ได้ยินอย่างทั่วถึง หรือดังเกินไป
ลักษณะสไลด์ที่ดีที่ควรเลือกนำมาใช้
1. มีการผสมผสานภาพหลายแบบในสไลด์ชุดนั้น มีตัวอักษร หัวข้อ ข้อความคั่นอยู่ระหว่างเรื่องราวที่เป็นภาพบ้างเพื่อแบ่งเนื้อหาเป็นตอน ๆ ไป
2. ถ้าเป็นสไลด์ประกอบเสียง ควรมีเสียงดนตรีแทรกระหว่างคำบรรยายด้วย เพื่อให้ผู้เรียนได้มีอารมณ์คล้อยตามและมีความตั้งใจฟัง แต่ไม่ควรใช้เสียงดนตรีเป็นแบคกราวนด์ของคำบรรยาย
3. เลือกใช้สไลด์ที่ดีที่สุดและจำนวนน้อย ไม่ควรใช้สไลด์ชุดที่มีภาพประกอบหลายภาพเหมือนกันเพียงถ่ายภาพด้วยมุมต่าง กัน ทำให้เบื่อหน่ายและเสียเวลา
4. สไลด์ชุดที่ดี ควรประกอบด้วยสไลด์ที่ไม่มีคำพูดมากเกินไป หรือภาพที่ยุ่งยากซับซ้อนรายละเอียดมากเกินไป
ที่มา นิพนธ์ สุปรีดี. การใช้เครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : ไทยพัฒนาพานิช, 2520
วารินทร์ รัศมีพรหม. สื่อการสอน . กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชวนพิมพ์, 2531
………. สไลด์ประกอบเสียง. พิมพ์ครั้งที่ 2 คณะศึกษาศาสตร์ . มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒประสานมิตร